แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทันตกรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทันตกรรม แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

มาดูกันว่า ฟันคุดทำไมต้องผ่า และมีวิธีดูแลรักษาฟังอย่างไร

ฟันคุดทำไมต้องผ่า
ฟันคุดทำไมต้องผ่า

ฟันคุด คือ ฟันธรรมชาติของเรานี่แหละแต่มันไม่สามารถโผล่พ้นกระดูกและเหงือกขึ้นมา ในช่องปากได้เต็มซี่ สาเหตุที่มันขึ้นไม่ได้มีอยู่หลายประการเช่น มันถูกกีดกันจากฟันข้างเคียง มีกระดูกหรือเหงือกคลุมฟันคุดอยู่หนาจนไม่สามารถโผล่ขึ้นมาได้ หรือเพราะตัวมันนิสัยไม่ค่อยดี ชอบไปมุดหรืออยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่ เช่น ขอบล่างของกระดูกขากรรไกรล่าง บางทีไปโผล่อยู่ใต้ กระบอกตา บางทฤษฎีก็ว่าเพราะขนาดของกระดูกขากรรไกรมันเล็กไปทำให้ไม่มีที่พอที่อนุญาต ให้ฟันขึ้นมาครบทั้งสามสิบสองซี่ได้ หรือไม่ก็เป็นฟันเกินซี่ที่สามสิบสาม สามสิบสี่ สามสิบห้า... อย่างไรก็ดีที่เราจะพบฟันคุดเฉพาะฟันที่เป็นฟันแท้เท่านั้น

ฟันคุดที่พบบ่อยที่สุดเห็นจะเป็นฟันคุดของฟันกรามล่างซี่สุดท้าย รองลงมาคือฟันกรามบน ซี่สุดท้าย อีกตำแหน่งที่มักจะพบได้แก่ฟันเขี้ยว นอกจากนั้นฟันเกินก็ยังพบว่าเป็นฟันคุดที่อาจพบ ได้ในเกือบทุกตำแหน่งของกระดูกขากรรไกร บางคนก็ไม่มีฟันคุดหรือมีเฉพาะฟันบนหรือฟันล่าง บ้างก็มีข้างขวา ข้างซ้ายไม่มี เหล่านี้ต้องโทษเรื่องของกรรมพันธุ์ อย่างไรก็ดีฟันกรามซี่สุดท้าย ที่ขึ้นมาได้เต็มซี่สามารถใช้งานได้ ไม่สามารถสร้างปัญหาใดตลอดจนสามารถทำความสะอาดได้ดี ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอาออก

ช่วงอายุที่พบฟันคุดได้บ่อยคือช่วงอายุประมาณ 17-25 ปี ความจริงหลายคนมีฟันคุดตั้งแต่อยู่ในช่วงฟันผสมคือมีทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ แต่มีฟันแท้บางซี่ที่เป็นฟันคุดเกินอยู่ หนุ่มสาวบางคนมีฟันคุดของฟันกรามซี่สุดท้ายตั้งแต่อายุประมาณ 17 ปีแต่ทั้งหมดนี้ไม่เคยปรากฏอาการ ก็เป็นเรื่องแปลกที่หลายคนมีชีวิตอยู่กับฟันคุดไปจนแก่เฒ่าโดยไม่เคยสร้างปัญหาให้เจ้าของเลย แต่ก็มีกลุ่มชนผู้โชคไม่ช่วยอีกไม่น้อยที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับปัญหาของฟันคุด

ทำไมต้องผ่าฟันคุด....นี่เป็นปัญหาที่ผู้ป่วยสงสัยมากที่สุด ก็อยู่ดีไม่ว่าต้องมาเจ็บตัวแถมเสียสตางค์อีกต่างหาก โดยธรรมชาติของฟันทุกซี่จะพยายามผลักดันตัวมันเองขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ในช่องปากโดยมีถุงเนื้อที่หุ้มบริเวณหัวฟันเป็นตัวช่วยออกแรง เมื่อสามารถโผล่ขึ้นมาได้ เจ้าถุงนี้ก็จะสลายตัวหมดภาระหน้าที่ไป แต่ถ้ามันขึ้นไม่ได้ด้วยสาเหตุใดก็ตามความพยายามผลักดันตัวมันยังคงอยู่ แรงดันนี้อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดได้ บางครั้งพบว่ากระดูกบริเวณรากฟันซี่ที่ติดกันถูกดันจนละลายตัวไป เนื่องจากฟันคุดบางซี่โผล่ขึ้นมาในช่องปากได้บางส่วนที่เหลืออยู่ใน กระดูกบ้าง ถูกเหงือกคลุมบ้างดังนั้นเศษอาหารและแบคทีเรียชอบที่จะไปซ่อนตัวอยู่บริเวณใต้เหงือกที่คลุมหัวฟันคุดอยู่ซึ่งเป็นที่ที่ทำความสะอาดได้ไม่ถึง จึงมักเกิดการอักเสบ ติดเชื้อที่บริเวณนั้นหรืออาจลุกลามต่อไปยังบริเวณข้างเคียงและใบหน้าได้ ปัญหาฟันข้างเคียงผุก็พบได้บ่อยอันเนื่องมาจากการที่ไม่สามารถทำความสะอาดบริเวณนั้นได้เพียงพอประกอบกับการมีเศษอาหารติดแน่นในที่นั้นได้ง่าย การกลายไปเป็นถุงน้ำหรือเนื้องอกขนาดเล็กหรือใหญ่โตก็พบได้เนื่องจากการเจริญที่ผิดปกติของถุงหุ้มฟันและเนื้อเยื่อของฟันคุดที่เหลืออยู่ นอกจากนั้นฟันคุดยังจะทำให้สถานการณ์แย่ลงในกรณีเกิดการหักบริเวณมุมกระดูกขากรรไกรที่รอยหักมักจะผ่านฟันคุดพอดิบพอดีเนื่องจากกระดูกบริเวณนั้นบางกว่าที่อื่น

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญ ในผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อน ไม่ควรอดนอนในวันก่อนผ่าตัด อย่าอดอาหาร ให้ทานอาหารมาก่อนพออิ่ม ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด งดสูบบุหรี่ แปรงฟันและทำความสะอาดช่องปากมาก่อน ในเด็กหรือผู้สูงอายุควรมีคนมาเป็นเพื่อนด้วย การผ่าฟันคุดไม่ใช่เรื่องใหญ่และทำง่ายที่ โรงพยาบาล คลินิคทันตกรรม ภายใต้การฉีดยาชาเฉพาะที่ ซึ่งทำได้ทีละซี่หรือหลายซี่ในครั้งเดียวขึ้นกับความยากง่าย และความพร้อมของผู้ป่วย ในกรณีที่ทำยากเช่นฟันคุดอยู่ในบริเวณที่ลึกและไกลมาก หรือในผู้ป่วยที่กลัวและไม่ให้ความร่วมมืออาจพิจารณาทำภายใต้การดมยาสลบ ซึ่งต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไป การผ่าฟันคุดแต่ละซี่ใช้เวลาประมาณ 10 –30 นาที ขึ้นอยู่กับความยากง่ายและความร่วมมือของผู้ป่วย ฟันคู่สบมักสร้างปัญหาให้เกิดการอักเสบมากขึ้นเพราะคอยกัดกระแทกบริเวณแผลอยู่ตลอด บ่อยครั้งที่ทันตแพทย์จะแนะนำให้ถอนฟันคู่สบออกไปพร้อมกันเพื่อการหายที่ดีของแผลผ่าตัดซี่ตรงข้าม

การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดที่ถูกต้องจะช่วยลดปัญหาแทรกซ้อนลงได้มาก ผู้ป่วยต้องกัดผ้าก๊อซแน่น ๆ นิ่ง ๆ ไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อให้เลือดหยุดไหล ระหว่างนั้นให้กลืนเลือดและน้ำลายที่ซึมออกมาทั้งหมด อย่าอมไว้เพราะจะทำให้คลื่นไส้ หลังจากคลายผ้าก๊อซอาจมีเลือดหรือน้ำลายซึมออกมาให้พยายามกลืน ห้ามบ้วนเพราะยิ่งบ้วนเลือดจะยิ่งออก ถ้าเลือดออกมากให้ใช้ผ้าก๊อซสะอาดวางบนแผลแล้วกัดไว้การใช้น้ำแข็งประคบบริเวณแก้มใน 24 ชั่วโมงแรกจะช่วยลดอาการบวมที่จะเกิดได้ แต่ไม่ควรอมน้ำแข็งเพราะจะทำให้ เลือดไม่หยุดไหล การทำความสะอาดช่องปากเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการหายที่ดีของแผล อาการปวดและบวมจะปรากฏอยู่ 3-4 วัน ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของการผ่าตัด และสุขภาพตลอดจนการดูแลที่ดีของผู้ป่วย

ปัญหาแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดที่พบบ่อยคืออาการปวดและบวม อาการปวดทุเลาลงได้ด้วยการกินยาระงับปวดทุก 4 ชั่วโมงใน 2 วันแรก วันต่อไปกินเมื่อปวด อาการบวมเกิดจากการอักเสบและมีเลือดดี่งในแผลและเนื้อเยื่อ ซึ่งโดยทั่วไปจะยุบลงใน 3-4 วัน ในกรณีที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อทันตแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะกินประมาณ 5 วัน ผู้ป่วยอาจมีอาการอ้าปากได้น้อย มีเลือดซึมอยู่หลายวัน ปัญหาการติดเชื้อหลังการผ่าตัดพบได้เนื่องจากการดูแลแผลในปากอาจทำได้ลำบาก บางครั้งมีเศษอาหารตกลงไปในแผลทำให้เกิดการหมักหมมและติดเชื้อตามมา ผู้ป่วยบางรายที่ฟันคุดอยู่ในตำแหน่งที่ลึกและใกล้เส้นประสาทในกระดูกขากรรไกรล่างอาจมีอาการชาบริเวณริมฝีปากเนื่องจากเส้นประสาทดังกล่าวได้รับการกระทบกระเทือน ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาแทรกซ้อนเหล้านี้สามารถถามได้จากทันตแพทย์

ฟันคุดเป็นเรื่องที่ป้องกันและรักษาได้โดยจะมีปัญหาแทรกซ้อนน้อยที่สุดถ้าผู้ป่วยมาพบทันตแพทย์ในเวลาที่เหมาะสม การสอบถามข้อมูลต่าง ๆ จากทันตแพทย์ ความร่วมมือและความพร้อมของผู้ป่วยตลอดจนการให้การรักษาที่เหมาะสมจะทำให้ทั้งผู้ป่วยและทันตแพทย์มีความสุข

ข้อมูลดีๆจาก ศูนย์ทันตกรรมของโรงพยาบาลไทยนครินทร์

มาดูวิธีป้องกันฟันผุในเด็ก ที่คุณแม่สามารถช่วยแนะนำได้

มาดูวิธีป้องกันฟันผุในเด็ก ที่คุณแม่สามารถช่วยแนะนำได้

อย่างแรก ก็คือการดูแลทำความสะอาดปากและฟัน เราอาจจะเริ่มทำความสะอาดช่องปากของเด็กได้ ตั้งแต่ในช่วง 2-3 วันหลังแรกเกิด ได้เลย โดยหลังจากการให้นมเด็กแล้วควรจะใช้ผ้าก๊อซหรือผ้าสะอาด ชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดคราบนมและคราบจุลินทรีย์ที่เกาะติดสันเหงือกของเด็ก วิธีนี้จะช่วยให้เด็กมีความคุ้นเคย กับการทำความสะอาดในปาก และไม่ต่อต้านในภายหลัง เมื่อฟันเริ่มขึ้นซึ่งมักจะเป็นช่วงอายุประมาณ 6 เดือน โดยจะมีฟันหน้าขึ้นมาก่อน เราควรจะเริ่มทำความสะอาดฟันที่ขึ้นมาด้วยแปรงสีฟัน โดยควรจะเลือก แปรงที่ออกแบบมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ เพราะจะมีขนาดเล็ก ขนแปรงอ่อนนุ่ม ผู้ปกครองควรแปรงทำ ความสะอาดฟันให้เด็กจนถึงอายุประมาณ 8 ปี เพราะเด็กที่เล็กกว่า 8 ปีมักแปรงฟันทำความสะอาดได้ ไม่ดีพอ แต่เราอาจเริ่มสอนเด็กให้แปรงฟันตั้งแต่อายุ 3 - 4 ปี โดยให้เด็กแปรงและผู้ปกครองตรวจเช็ค และแปรงซ้ำให้อีกครั้ง นอกจากการแปรงฟันทำความสะอาดแล้ว ควรมีการควบคุมอาหารที่รับประทานด้วย อาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบสามารถที่จะทำให้เกิดฟันผุได้ง่าย เช่นเดียวกันกับอาหารพวกแป้ง หรือขนมขบเคี้ยว หรืออาหารที่มีลักษณะเหนียวติดฟันง่าย ยิ่งรับประทานอาหารพวกนี้บ่อยเท่าไร โอกาสที่จะเกิดฟันผุก็จะมีมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากตำแหน่งที่เกิดฟันผุมักเกิดที่บริเวณหลุมร่องฟัน ของฟันกรามหรือฟันหลัง ในปัจจุบันเรามีวัสดุที่สามารถทำการเคลือบผิวที่เป็นหลุมนี้ให้เรียบ ซึ่งจะเป็นการป้องกันการเกาะตัวของอาหาร น้ำตาล และแบคทีเรียที่บริเวณที่เคยเป็นหลุมร่องฟัน และเกิดฟันผุได้ง่าย เนื่องจากบริเวณหลุมร่องฟันเป็นบริเวณที่ยากแก่การทำความสะอาดได้ทั่วถึง แม้ว่าขนแปรงสีฟันที่มีขนาดเล็ก ก็ยังไม่สามารถทำความสะอาดได้ทั่ว หลังจากที่ได้รับการเคลือบ หลุมร่องฟันแล้ว บริเวณนี้จะมีลักษณะเรียบ การทำความสะอาดจะทำได้ง่ายขึ้น โอกาสที่จะเกิดฟันผุ ก็ลดลงมาก

นอกจากการทำเคลือบหลุมร่องฟันแล้ว การใช้ฟลูออไรด์อย่างเหมาะสมก็เป็นอีกวิธีที่มีประสิทธิภาพ ในการป้องกันฟันผุ การใช้ฟลูออไรด์อาจมีทั้งแบบฟลูออไรด์เสริมสำหรับรับประทาน ซึ่งในกรณีนี้ควรให้ ทันตแพทย์หรือกุมารแพทย์เป็นผู้สั่งจ่าย และแนะนำให้เนื่องจากในเด็กแต่ละคนและแต่ละช่วงอายุ ควรได้รับในขนาดที่แตกต่างกัน ฟลูออไรด์อีกชนิดหนึ่งคือการเคลือบฟลูออไรด์ ซึ่งจะให้ผลโดยตรงต่อฟัน ที่ขึ้นมาในช่องปากแล้ว วิธีนี้ทันตแพทย์จะเป็นผู้ทำให้ โดยทั่วไปเรามักจะเคลือบฟลูออไรด์ให้เด็กทุก 6 เดือนซึ่งเป็นระยะที่เด็กมารับการตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ ส่วนฟลูออไรด์ชนิดที่เรารู้จักคุ้นเคยกันอยู่ แล้วก็ได้แก่ฟลูออไรด์ที่อยู่ในยาสีฟัน แต่การใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ในเด็ก ควรมีข้อควรระวังด้วย เนื่องจากเด็กอาจมีการกลืนยาสีฟันลงไป ซึ่งอาจทำให้ได้รับฟลูออไรด์มากเกินไปอย่างไม่เหมาะสม ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี ยังไม่ควรใช้ยาสีฟัน เพราะเด็กยังบ้วนน้ำกลั้วปากไม่ได้ โอกาสที่จะกลืน ยาสีฟันมีมาก ในเด็กอายุ 3-6 ปี ควรเริ่มใช้ยาสีฟันในปริมาณน้อย ๆ เช่น ประมาณเม็ดถั่วเขียว ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการได้รับฟลูออไรด์เกินได้ในกรณีที่เด็กกลืนยาสีฟัน

จากที่กล่าวมาถึงวิธีที่ช่วยป้องกันฟันผุซึ่งได้แก่ การดูแลทำความสะอาดฟัน การควบคุมอาหาร การทำเคลือบหลุมร่องฟัน และการใช้ฟลูออไรด์แล้ว เราควรพาเด็กมาพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยทุก 6 เดือน ในบางครั้งฟันผุหรือความผิดปกติในช่องปากและฟันช่วงแรก ๆ จะไม่มีอาการ

แต่อย่างใด ผู้ปกครองเองอาจไม่ทราบว่า เด็กมีฟันผุแล้ว การมาพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้พบสิ่งผิดปกติในระยะแรกซึ่งง่ายต่อการแก้ไข ถ้าปล่อยให้นานขึ้นการรักษาย่อมมีความยากและซับซ้อนขึ้นตามกันไป เด็กอาจมารับการตรวจสุขภาพฟันครั้งแรกได้ หลังจากฟันซี่แรกขึ้นถึง 1 ขวบปีแรก และควรมาเป็นระยะ ๆ ตามที่ทันตแพทย์แนะนำหลังจากนั้น

สาเหตุที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้เกิดฟันผุในเด็กเล็กมากก็ได้แก่ การใช้ขวดนมโดยเฉพาะเวลากลางคืน ขณะเด็กหลับ เพราะคราบนมที่ค้างอยู่ตลอดทั้งคืนร่วมกับแบคทีเรียในช่องปากจะทำให้เกิดฟันผุได้ ลักษณะฟันผุประเภทนี้จะพบฟันผุมาก โดยเฉพาะฟันหน้าบน เราไม่ควรให้ขวดนมคาปากของเด็กเวลากลางคืน ก่อนนอนควรทำความสะอาดช่องปากและฟันให้เด็ก ถ้าเด็กติดขวดนมมากอาจเปลี่ยนเป็นขวดที่มีเฉพาะน้ำธรรมดา โดยทั่วไปควรฝึกให้เด็กเริ่มดื่มนมจากแก้ว และควรจะเลิกการใช้ขวดนมไปในช่วง 1 ขวบ ถึง 1 ขวบครึ่ง ซึ่งจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดฟันผุชนิดนี้ได้

เมื่อใดก็ตามที่เด็กเริ่มมีฟันผุขึ้นมาแล้ว ซึ่งอาจจะตรวจพบโดยทันตแพทย์หรือผู้ปกครองสังเกตเห็นแล้วพามาพบทันตแพทย์ ฟันที่ผุนั้นควรได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อมิให้มีความผิดปกติมากขึ้น หรือทำให้เกิดปัญหาตามมาเช่นการปวดฟัน ในกรณีที่เป็นฟันผุระยะเริ่มแรก การรักษาก็อาจจะเป็นการอุดฟัน ซึ่งก็จะมีวัสดุและวิธีการหลาย ๆ แบบแล้วแต่กรณีไป แต่ถ้าการผุได้ลุกลามไปมากแล้วและอาจมีส่วนถึงโพรงประสาทฟัน การรักษาคงต้องทำการรักษาประสาทฟันด้วย การอุดฟันแต่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และอาจมีอาการปวดฟันและเกิดเนื้อเยื่อบริเวณรอบรากฟันอักเสบรุนแรง ตามมา ในกรณีที่ฟันซี่นั้นมีการผุหลาย ๆ ด้าน ก็อาจจะต้องรักษาด้วยการครอบฟัน การครอบฟันน้ำนมที่ผุหลายด้านนั้น จะมีความคงทนกว่าการอุดฟันหลาย ๆ ด้าน และสามารถที่จะทำให้เสร็จได้ภายในครั้งเดียว ซึ่งจะแตกต่างจากการครอบฟัน ในผู้ใหญ่ ถ้าฟันที่ผุมีการติดเชื้อซึ่งทำให้ปลายรากฟันอักเสบ มีการละลายตัวของกระดูกหุ้มรากฟันมาก อาจต้องพิจารณาถอนฟันซี่นี้ออก เพื่อป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อลงสู่ฟันถาวรข้างใต้ได้ หลังจากถอนฟันแล้วโดยเฉพาะ บริเวณฟันหลัง อาจต้องพิจารณาใส่เครื่องมือกันฟันด้านหลังล้มเข้ามาสู่บริเวณที่ถอนฟันไปแล้ว เครื่องมือชนิดนี้จะมีขนาดเล็ก ๆ ใส่ยึดกับฟันที่อยู่ติดกับบริเวณที่ถอนฟันไปโดยจะใส่ไว้จนฟันถาวรซี่ที่อยู่บริเวณนั้นขึ้นมาจึงถอดออก ทั้งนี้ทั้งนั้นการรักษาจะเป็นชนิดไหนก็ตามก็คงต้องขึ้นอยู่กับลักษณะแต่ละรายไป ซึ่งทันตแพทย์จะให้คำปรึกษาและอธิบาย ถึงวิธีการรักษาแต่ละชนิดได้ดีที่สุด

ข้อมูลดีๆจาก ศูนย์ทันตกรรมของโรงพยาบาลไทยนครินทร์

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เคล็ดลับ คุณหนูยิ้มสวย ฟันแข็งแรง ไม่ใช่เรื่องยาก

เคล็ดลับ คุณหนูยิ้มสวย ฟันแข็งแรง ไม่ใช่เรื่องยาก

การที่เด็ก ๆ จะมีสุขภาพของช่องปากและฟันที่ดี มียิ้มฟันสวยนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องบังเอิญที่จะเกิดขึ้นได้เอง แต่เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรจะให้ความเอาใจใส่และมีบทบาทสำคัญเป็นอย่าง ยิ่ง ที่จะช่วยให้เด็กมีสุขภาพฟันที่ดีตั้งแต่วัยเยาว์ ไปจนถึงอีกหลาย ๆ ปี การดูแลควรจะเริ่มตั้งแต่เด็กยังเป็นทารก และต่อเนื่องไปจนถึงในวัยผู้ใหญ่ ในช่วงที่เด็กยังเล็กมาก ๆ ควรเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่จะให้การดูแล เมื่อเด็กโตขึ้นเรา ก็ควรที่จะเริ่มแนะนำให้เด็กทำได้เอง ในขณะเดียวกันเราก็ควรมีการตรวจเช็คดูว่าเด็กสามารถทำการดูแลสุขภาพปากและ ฟันตัวเองได้ดีแค่ไหน ควรต้องปรับปรุงจุดไหนบ้าง เราควรปลูกฝังทัศนคติที่ดีในการดูแลสุขภาพปากและฟันให้เด็กด้วย และที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ ต้องไม่ลืมดูแลตัวเอง เพราะเด็ก ๆ จะยึดถือคุณพ่อคุณแม่เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตาม

โรคฟันผุเป็นโรคที่มักจะพบได้บ่อย ๆ ในเด็กที่ขาดการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันที่ถูกต้องและเหมาะสม สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดโรคฟันผุก็ได้แก่ คราบจุลินทรีย์ที่เกาะที่ผิวฟัน อาหารที่มีน้ำตาลและแป้งเป็นส่วนประกอบ และลักษณะของตัวฟันเองที่มีผลทำให้เกิดฟันผุได้ง่าย เมื่อเรารับประทานอาหารพวกแป้งและน้ำตาล แบคทีเรียที่อยู่ในคราบจุลินทรีย์บริเวณผิวฟัน จะทำการย่อยอาหารนั้นให้กลายเป็นกรด และกรดนี้เองจะเป็นตัวทำลายผิวเคลือบฟันก่อให้เกิดฟันผุขึ้น บริเวณที่มักจะเกิดฟันผุมักเป็นบริเวณหลุมร่องฟันของฟันกรามและบริเวณที่ฟัน อยู่ชิดติดกัน ซึ่งเป็นบริเวณที่อาหารที่รับประทานและคราบจุลินทรีย์สะสมได้ง่าย นอกเหนือจากโรคฟันผุแล้ว โรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ก็สามารถที่จะพบได้ ถึงแม้ว่าโรคปริทันต์มักจะพบในกลุ่มผู้ใหญ่มากกว่า แต่จากการศึกษาวิจัยหลาย ๆ แห่ง บ่งชี้ว่าโรคปริทันต์ที่เกิดในผู้ใหญ่ในหลาย ๆ กรณี มักจะมีสาเหตุจากการขาดการดูแลสุขภาพ ในช่องปากที่ดีในระยะเด็กและระยะวัยรุ่น ลักษณะเริ่มแรกของโรคปริทันต์ได้แก่ เริ่มจะมีเหงือกอักเสบ บวมแดง และมีเลือดออกได้ง่าย ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาและการแนะนำที่ถูกต้องจากทันตแพทย์ โรคปริทันต์จะรุนแรงขึ้น ซึ่งจะมีการทำลายของกระดูกที่หุ้มรากฟัน และสุดท้ายต้องสูญเสียฟันซี่นั้นไป สาเหตุหลักของโรคปริทันต์ ได้แก่ คราบจุลินทรีย์เช่นกัน ดังนั้นการดูแลช่องปากและฟันโดยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธีเป็น ประจำ ประกอบกับพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นการป้องกันที่ดี สำหรับโรคฟันผุและโรคปริทันต์ได้

ข้อมูลดีดีจาก ศูนย์ทันตกรรมของโรงพยาบาลไทยนครินทร์

มาทำความรู้จักกับการ การครอบฟันนางฟ้า

มาทำความรู้จักกับการ การครอบฟันนางฟ้า

การครอบฟันนางฟ้าเป็นการครอบฟันสำหรับฟันน้ำนม พ่อแม่หลายท่านคงสงสัยว่าฟันน้ำนมต้องครอบฟันด้วยหรือ ไม่ช้าก็ต้องหลุด และมีฟันแท้ขึ้นแทนที่จะต้องรักษาไว้ทำไมให้ยุ่งยาก เมื่อผุก็ละเลยไม่อุดรอปวดก็ถอนออกไม่จำเป็นต้องรักษา หรือบางท่านก็คิดว่าถ้ารักษาฟันน้ำนมดีเกินไป ไม่ยอมหลุดตามธรรมชาติก็จะทำให้ฟันแท้ขึ้นไม่ได้ ความเชื่อเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งไม่ถูกต้องจริง ๆ แล้วฟันน้ำนมมีความสำคัญมาก และจะอยู่ในช่องปากเป็นเวลานานหลายปี ฟันน้ำนมจะเริ่มขึ้นเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน และจะขึ้นครบ 20 ซี่เมื่ออายุประมาณ 1 1/2 - 3 ขวบ และเมื่ออายุประมาณ 6 ขวบ ฟันหน้าน้ำนมจะเริ่มทยอยหลุดไปมีฟันแท้ขึ้นแทนที่ แต่สำหรับฟันกรามน้ำนมนั้นจะเริ่มเปลี่ยนเมื่ออายุประมาณ 9 ขวบ และจะเปลี่ยนเป็นฟันแท้ทั้งหมด เมื่ออายุประมาณ 12 ขวบ ดังนั้นจะเห็นว่าฟันกรามน้ำนมอยู่ในช่องปากนานร่วม 10 ปีเลยทีเดียว เราอาจกล่าวโดยสรุปหน้าที่ของฟันน้ำนมมีดังนี้ คือ

1 ใช้บดเคี้ยวอาหาร
2 ฟันหน้าให้ความสวยงาม และช่วยการออกเสียง
3 เป็นตัวรักษาช่องว่างสำหรับฟันแท้ เพื่อให้ฟันแท้มีที่ขึ้นมาได้อย่างถูกต้อง ไม่เกิดการล้มเอียง หรือซ้อน

ดังจะเห็นแล้วว่าฟันน้ำนมมีความสำคัญ การดูแลรักษาฟันน้ำนมจึงเป็นสิ่งจำเป็น เมื่อฟันน้ำนมผุเราควรจะบูรณะไว้ด้วยการอุดฟันสำหรับกรณีผุน้อยไม่ล้มมากนัก แต่ถ้าฟันน้ำนมที่ผุมากๆ หลายด้าน หรือ ผุลึกมากจนทะลุโพรงประสาทฟัน การรักษาจำเป็นต้องรักษารากฟันน้ำนมก่อน แล้วจึงทำครอบฟัน เพื่อป้องกันการแตกหักของฟัน

การทำครอบฟันนั้น สามารถจะทำได้ทั้งฟันหน้า และฟันกรามหลังที่ใช้บดเคี้ยว สำหรับฟันหน้าวัสดุที่ใช้ครอบฟัน อาจจะแยกได้ เป็น 2 ชนิด คือ ครอบฟันแบบสีเหมือนฟัน ซึ่งให้ความสวยงามคล้ายฟันธรรมชาติ อีกชนิดจะเป็นครอบฟันแบบโลหะ สแตนเลสไร้สนิม ซึ่งเป็นสีเงินให้ความแข็งแรงทนทาน ควรที่จะเลือกใช้วัสดุชนิดใดคงต้องดูตามสภาพของฟันที่ผุ และดุลยพินิจของทันตแพทย์

ในกรณีของฟันกรามหลังนั้นวัสดุที่ใช้ครอบจะมีเพียงแบบเดียว คือ ครอบโลหะสแตนเลสไร้สนิม เนื่องจากต้องการความแข็งแรงมากกว่าความสวยงาม เพราะใช้บดเคี้ยวอาหาร การครอบฟันในเด็กนั้นทำได้ง่ายกว่าในการทำครอบฟันของผู้ใหญ่ คือ จะมีครอบฟันสำเร็จรูปมาแล้ว ทันตแพทย์จะกรอแต่งฟัน และปรับแต่งครอบฟันสำเร็จรูปนั้น ให้พอดีกับฟันน้ำนมในแต่ละซี่แล้วสามารถใส่ครอบฟันสำเร็จรูปนั้นให้แก่เด็ก ได้เลยในวันเดียว เนื่องจากครอบฟันที่ใช้เป็นสแตนเลส ดังนั้นจะไม่เป็นสนิม และไม่เป็นอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย รูปร่างของครอบฟันจะมีลักษณะเหมือนกับฟันธรรมชาติ เด็กสามารถใช้ฟันเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ และจะใช้งานได้เรื่อยไปจนกว่าจะถึงเวลาหลุดของฟันน้ำนมซี่นั้นๆ เมื่อถึงเวลาหลุดฟันแท้ที่อยู่ด้านใต้ของฟันน้ำนมซี่นั้นจะค่อยๆขึ้น และละลายรากฟันน้ำนม ทำให้ฟันน้ำนมโยก และหลุดออกมาพร้อมกับครอบฟันนั้น

สำหรับการดูแลรักษาฟันที่ครอบก็ทำได้ปกติ มีการแปรงฟัน ทำความสะอาดนั้นเหมือนฟันน้ำนมทั่วๆ ไป เพียงแค่ระวังเรื่องอาหารเหนียวๆ เช่น หมากฝรั่ง ตังเม ฯลฯ ซึ่งอาจจะมีโอกาสทำให้ครอบฟันหลุดออกมาได้ แต่ถ้าครอบฟันหลุด ก็ขอให้คุณพ่อ คุณแม่ เก็บครอบฟันซี่นั้นไว้แล้วนำกลับมาให้ทันตแพทย์ครอบให้ใหม่ได้ค่ะ

ดังนั้นอย่าลังเลเลยค่ะที่จะพาบุตรหลานของท่านมาตรวจ และรักษาสุขภาพฟันน้ำนม เพราะ การดูแลรักษาฟันน้ำนมให้ดี ก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพของเด็ก อีกทั้งยังส่งผลในระยะยาวต่อฟันแท้ ให้มีพัฒนาการที่ดี การจัดเรียงตัว ที่ถูกต้องและมีโครงสร้างของใบหน้าที่สวยงาม ต่อไป ถ้าหากปล่อยปละละเลยก็อาจจะทำให้มีปัญหาการซ้อนเกในฟันแท้ ทำให้ต้องเสียเวลา และค่าใช้จ่ายในการจัดฟัน เมื่อเด็กโตขึ้นอีกด้วย ลองสำรวจฟันลูกน้อยของคุณดูนะคะว่าต้องรักษาด้วยครอบฟันนางฟ้าบ้างหรือเปล่า

ข้อมูลดีดีจาก ศูนย์ทันตกรรมของโรงพยาบาลไทยนครินทร์

ป้ายกำกับ

รวมบทความสุขภาพ เกร็ดความรู้และเคล็ดลับสุขภาพ ข้อมูลโดยแพทย์และโรงพยาบาลต่างๆ

Recent Posts

Categories

Text Widget

health and care 2day รวมบทความสุขภาพ เกร็ดความรู้เรื่องสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สาระน่ารู้เรื่องสุขภาพ เพื่อคนรักสุขภาพอย่างคุณ

Blog Archive