วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ลิปสติกแท่งโปรดหักอย่าทิ้งนะ มาดูวิธีซ่อมที่ง่ายแสนง่ายกัน


เคยไหมที่ลิปสติกสุดรักสุดโปรดเกิดหักขึ้นมา...เอาล่ะ!!!ทำอย่างไรในเมื่อต้องใช้ทุกวันไม่ต้องตกใจไปค่ะ วันนี้มีวิธีซ่อมลิปสติกหัก มาเล่าสู่กันฟัง และสามารถนำไปใช้ได้เลยค่ะ


อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1. ลิปสติกที่หัก
2. ไฟแช็ค หรือไม้ขีดไฟ
3. ตู้เย็น



ขั้นตอนที่ 1 เตรียมลิปสติกและไฟแช็คหรือไม้ขีดไฟ

ขั้นตอนที่ 2 ใช้ไฟลนให้เนื้อลิปสติกบนแท่งละลาย

ขั้นตอนที่ 3 รอให้ลิปสติกเย็นตัวลงเล็กน้อย

ขั้นตอนที่ 4 จับลิปสติกส่วนที่หักมาต่อเข้ากับแท่งแล้วใช้ไฟลนรอบๆ รอยต่อ

ขั้นตอนที่ 5 นำไปแช่ตู้เย็นประมาณครึ่งชั่วโมง

ขอบคุณที่มา : นิตยสาร Cosmopolitan

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เผยสูตรเด็ด! รักษาสิวง่ายๆด้วยกระเทียม เห็นผลจริง


อยู่ดีๆสิวก็ขึ้น แล้วจะต้องทำยังไง แล้วมันจะขึ้นนานไหม ต้องซื้อยาตัวไหนมาทา หรือถ้าถึง กินไม่ได้นอนไม่หลับ ก็คงจะต้องไปพบแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางหรือคลินิคเวชสำอางค์อย่างที่เราคุ้นเคยกันทั่วไปแล้วแน่ๆ แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปวิธีรักษาแบบนั้นน่ะค่ะ วิธีธรรมชาติ โดยการใช้ของคู่ครัวของคนไทยก็น่าสนใจไม่แพ้กัน สาวๆคนไหนที่เริ่มมีสิวอักเสบ รู้สึกกระสับกระส่ายกับสิ่งแปลกปลอมบนใบหน้า ลองเดินเข้าไปในครัว แล้วลองหามาใช้กันดู

กระเทียม   กระเทียมสามารถกำจัดสิวได้เนื่องจากมีส่วนประกอบของซัลเฟอร์ และเป็นหนึ่งในยาที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคอื่นได้อย่างดี อันได้จากธรรมชาติการรักษาสิวด้วยกระเทียมนั้นค่อนข้างง่าย แค่ปลอกเปลือกกระเทียม แล้วหั่นกระเทียม นำน้ำที่ออกมาจากส่วนที่หั่นมาทา ตรงบริเวณที่เป็นสิวอักเสบ ทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 8-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ

หรืออีกวิธีคือ ปอกเปลือกกระเทียม นำไปบด ผสมกับน้ำอุ่น 1 ถ้วย นำสำลีชุบน้ำที่ผสมแล้ว มาทาบริเวณที่ต้องการ ทิ้งไว้ให้แห้งเหมือนวิธีแรก แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนความงามค่ะ  การใช้กระเทียมทาผิวที่เป็นสิวนั้นไม่เพียงแค่กำจัดสิวเท่านั้น แต่ยังช่วยกำจัดรอยจุดด่างดำจากสิว และสิวหัวหนองได้ด้วย

และมากไปกว่านั้นการบริโภคกระเทียมก็ยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิว กินกระเทียมดิบทุกวัน วันละ 3 หัว ในเวลา 3 เดือน จะช่วยทำความสะอาดกระแสเลือด ทำให้การส่งผ่านออกซิเจนไปที่เซลล์ผิวได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยจัดการกับสิวได้ดีขึ้นและทำให้สิวหายได้เร็วขึ้น หากรู้สึกไม่ชินกับกลิ่นอันรุนแรงของกระเทียม อาจใช้วิธีแช่กระเทียมที่บดแล้วในน้ำนมประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนดื่มนั่นจะช่วยขจัดกลิ่นของกระเทียมออกไป ในขณะที่ยังคงความสามารถของผลที่ได้ในการรักษาของกระเทียมเอาไว้อยู่ค่ะ

ข้อมูลจาก phuketbulletin

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โชควาสนาเนื้อคู่ ดูจากไฝ คนไร้คู่เข้ามาเช็คด่วน !


ไฝที่ศีรษะ
        จะได้คู่ที่ดีมีฐานะการงานมั่นคงเป็นซื่อตรงในความรักและรักคุณอย่างจริงใจ

ไฝที่คิ้ว
        เนื้อคู่จะอยู่ใกล้ๆตัว เป็นคนผิวพรรณดี อาจจะอยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ หรือมีญาติพี่น้องแนะนำให้รู้จักกัน

ไฝที่ขมับ
        คู่ของคุณจะเป็นคนที่สังคมยอมรับ มีชื่อเสียง โดดเด่นในสังคม และอายุไม่มาก พอๆกัน ถ้าแต่งงานหลังอายุ 25ปี แล้วจะทำให้มีความสุขความเจริญ

ไฝที่อวัยวะเพศ
        จะต้องแต่งงานหลายครั้ง หรือมีคู่หลายคน อีกทั้งคู่ครองยังเคยแต่งงานมาแล้วแต่หย่าร้าง

 ไฝที่ส้นเท้า
        เนื้อคู่นั้นเป็นคนที่ห่างไกล เป็นคนต่างพื้นที่กันหรืออาจต่างชาติ ต่างภาษากัน

ไฝที่ก้น
        คู่ครองจะเป็นคนเก่ง มีความรู้ความสามารถรอบตัว

ไฝที่สีข้าง
        จะมีคู่ครองที่คอยดูแล คอยปกป้อง และเป็นคนที่รักกันอย่างจริงใจ

ไฝที่ข้อศอก
        คู่แท้นั้นเป็นคนที่ฐานะทางการเงินมั่นคง มีความรู้มาก สติปัญญาดี

ไฝที่อก
        เนื้อคู่ของคุณนั้นเป็นคนดี ฉลาดครบเครื่อง เก่งกาจรอบตัว

ไฝที่ขาหนีบ
        ได้คนดีมาเป็นคู่ครอง แต่จะค่อนข้างอาภัพ ไร้คู่แท้ที่จะครองรักครองเรือนกันอย่างยาวนาน

ไฝที่หน้าแข้ง
        ได้คนที่รักเราเป็นอย่างดี คอยดูแลเอาใจใส่กันมีฐานะมั่นคง

ไฝตรงกลางระหว่างคิ้ว
        ชะตาชีวิตจะได้คู่ที่มีผิวพรรณสะอาดสะอ้าน แต่ก็ยังไม่ใช่คู่ ที่คบหากันได้ยาวนานนัก ไม่ใช่คู่ที่ถาวร ถ้าเนื้อคู่เป็นคนที่มีอายุมากกว่าหลายปีๆจะช่วยให้ชีวิตรักสุขสมบูรณ์

ไฝที่หู
        ค่อนข้างมีดวงในทางเจ้าชู้ แต่มีโชคคือได้คนดีมาเป็นคู่ครอง

ไฝที่คาง
     เนื้อคู่เป็นคนที่รอบรู้ มีความสามารถหลากหลายฐานะมั่นคง แต่อาจต้องทำใจ ต้องเจอกับความรักที่ไม่ลงตัว รักซ้อน ซ่อนเงื่อน ต้องชอกช้ำระกำใจ

ไฝที่หลังหู
        เนื้อคู่นั้นเป็นคนไกล อาจเป็นชาวต่างชาติ หรือเคยไปอยู่ต่างแดนหรือที่ที่ห่างไกลมาก่อน

ไฝที่ริมฝีปากบน
        ต้องมีคู่มากมายคบกับคนหลายคนก่อนที่จะได้พบกันกับคู่แท้และเป็นคนที่รอบรู้ ทรงภูมิจะครองรักกันอย่างยาวนาน

ไฝที่คอหอย
        เนื้อคู่เป็นคนพูดเก่ง ฝีปากจัดจ้าน แต่จะอยู่ใกล้ๆ ตัวนี้แหละไม่ต้องมองคนไกลๆ

ไฝที่บ่า
     คนใกล้ตัวนี้แหละที่เป็นเนื้อคู่ของเรา อาจเป็นเพื่อนๆกันมาอย่างยาวนาน จะคอยดูแลห่วงใยรู้ใจกันเป็นอย่างดี

ไฝที่แขน
        คู่แท้จะเป็นคนดี คอยให้ความช่วยเหลือ ดูแลซึ่งกันและกันด้วยดีเสมอมา

ไฝที่ริมฝีปากล่าง
        จะได้เนื้อคู่ที่มีความรักให้กันและกันอย่างดี แต่เขาคนนั้นหรือเธอคนนั้นอาจติดชอบสนุกสนานเกินไปหน่อย

ไฝที่หัวเข่า
        จะได้คู่ครองที่เป็นคนต่างถิ่น ต่างแดน

ไฝที่เอว
        คู่แท้ของคุณจะคอยช่วยส่งเสริมให้ร่ำรวย เมื่อแต่งงานมีลูกด้วยกันแล้ว

ไฝที่หลังมือ
        จะได้คู่ที่มีความมั่นคง ทั้งเรื่องฐานะการเงิน การงานและรักกันอย่างจริงใจ ชีวิตมีความสุข ไม่ทุกข์ร้อน

ไฝที่ฝ่าเท้า
        ดวงจะมีคู่รักกันดี คอยดูแลกันและกัน เป็นที่ชื่นชมของคนรอบข้าง

ไฝที่ท้อง
        ได้คู่ที่เป็นคนดี แต่จะอยู่กินไม่ยืดยาวนัก

ไฝที่ข้อมือ
        เนื้อคู่เป็นคนที่คอยดูแลเกื้อกูลกันเป็นอย่างดี ถึงแม้จะเป็นคนที่ค่อนข้างแตกต่างกัน

ไฝที่ท้ายทอย
        หากเป็นชายจะมีเนื้อคู่ที่มีหลายอย่างคล้ายๆกัน หากเป็นหญิง จะได้พบคู่แท้แต่เมื่อพบรักกันแล้วต้องพลัดพรากห่างไกลกัน

ไฝที่ไหล่
        ต้องเกิดความขัดแย้งกันอยู่บ่อยๆกับคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันก็เนื่องจากความคิดเห็น ความรู้สึกนึกคิดที่แตกต่างกัน

ไฝที่กลางหลัง
        จะไม่มีคู่ที่คบกันอย่างจีรังยั่งยืน อาจจะเป็นตัวเราเองที่เจ้าชู้มีคู่มีกิ๊กอีกหลายคน หรือไม่ก็อาจเป็นเขาที่รักสนุกคบกับคนอีกมากมาย ขาดคู่แท้ที่จะครองรักกันอย่างยาวนาน


ไฝที่ใต้ตา
        เป็นดวงที่ต้องมีคู่รักหลายคน ต้องเปลี่ยนแปลงกันอยู่บ่อยๆกว่าจะพบคู่แท้ที่ร่วมกันสร้างครอบครัวในภายหลัง

ไฝที่แก้มขวา
        เนื้อคู่เป็นคนที่อยู่ไม่ไกลตัว ถึงแม้ไม่ร่ำรวยแต่ก็เป็นคนที่มีความคิดคล้ายคลึงกัน

ไฝที่ลูกตา
        จะได้คู่แท้เป็นคนมีความรู้ และเป็นคนที่แตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป แต่ก่อนนั้นก็จะเปลี่ยนคู่อยู่บ่อยๆ

ไฝที่หางตาซ้าย
        คู่จะมีรูปงาม แต่จะอยู่กันไม่นาน ถ้าหากคบคนที่นิสัยใจคอ ไม่ใช่ดูเพียงหน้าตาจะอยู่กันได้อย่างยาวนาน เป็นคู่แท้ที่รักกันอย่างจริงใจ


ไฝที่ริมจมูก
     เนื้อคู่เป็นคนที่มีความรอบรู้ ฐานะดี แต่ตัวคุณค่อนข้างเจ้าชู้มีคู่มาแล้วหลายคน

ไฝที่หางตาขวา
        เป็นคนที่ฉลาดปราดเปรื่อง รอบรู้วิทยาการ จะต้องได้คู่รักที่เก่ง มีไหวพริบจึงจะเข้ากันได้ดี คุยกันรู้เรื่อง

ไฝที่หางคิ้ว
        เนื้อคู่เป็นคนที่มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด อายุอาจต่างกันหลายปี อาจแก่กว่า หรืออ่อนกว่า แต่จะเป็นคนที่ฐานะดี มีความมั่นคง ขี้หึงมาก หรืออาจเป็นคนฝรั่งต่างชาติ แต่คุณจะมีคู่เยอะตามประสาคนเจ้าชู้

ไฝที่หัวตา
        ซ้ำรักก็หลายครั้ง ผิดหวังอยู่บ่อยๆ เนื้อคู่เป็นคนที่อยู่ไม่ไกล แต่เมื่อเห็นกันตอนแรกจะยังไม่ปิ๊งกันน่ะ

ไฝที่ดั้งจมูก
     มีคู่ที่ร่ำรวย มีเกียรติมีคนนับหน้าถือตา

ไฝที่แก้มซ้าย
        เสน่ห์แรงเป็นไฝเสน่ห์ มีคู่มากคบกับใครไม่นานก็ต้องเลิกรากัน คู่แท้อาจเป็นฝรั่งตาน้ำข้าว หรือคนต่างถิ่น

ข้อมูลจาก อาจารย์ อันติกา   อริยชวัล

สูตรผิวหน้าสวยใส ด้วยสับปะรด


ผลไม้ที่มีคุณค่าต่อความงามของผิวพรรณจากการที่สับปะรดมีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยเซลล์ที่ตายแล้วของชั้นผิวหนังให้หลุดออกมา  มีประโยชน์ต่อผู้ที่มีสิวหัวดำอุดตันที่ใบหน้า ทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้น สับปะรดยังมีสรรพคุณในการช่วยลดการอักเสบและยังมีวิตามินเอ วิตามินซี ช่วยต้านอนุมูลอิสระและมีเกลือแร่อีกหลายชนิดช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

10 วิธีต้านปากเหม็น ปากมีกลิ่น ขั้นเทพ


เรื่องกลิ่นปาก สามารถรบกวนผู้คนได้ทุกเพศทุกวัย แม้ผู้ดูแลสุขภาพชั้นเซียนก็อาจไม่รอด ถ้ากลิ่นปาก เกิดจากอาหารที่เพิ่งกินเข้าไป คงพอครนา แต่ถ้ากลิ่นปากติดทนนานจนเรื้อรัง คงต้องหาสาเหตุเพื่อการป้องกันเสียแล้ว

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

มาดู 10 สัญญานในร่างกาย ที่จะบอกว่าคุณเป็นโรค


มาดู 10 สัญญานในร่างกาย ที่จะบอกว่าคุณเป็นโรค

ทุกวันนี้โรคภัยไข้เจ็บนั้นเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากขึ้น แต่จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถรู้ได้ก่อนว่าเราจะป๋วยเป็นอะไร วันนี้มีวิธีสังเกตุว่า ร่างกายเรานั้นจะเป็นโรคอะไร โดยดูจากอาการในตัวเรานั้นเอง

1.  ริ้วรอย ร่องลึกบนใบหน้า  >>  โรคกระดูกพรุน

2. เล็บขาว เล็บเป็นร่อง เล็บสีเขียวคล้ำ  >>  ตับและไตผิดปกติ โรคหืด โรคถุงลมโปรงพอง

3. เท้าบวม  >>  โรคหัวใจ

4. ปากเหม็น  >>  หัวใจและกระดูกผิดปกติ

5. ปื้นสีดำหลังคอ  >>  โรคเบาหวาน

6. ผื่นผีเสื้อบนใบหน้า  >>  โรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง (SLEหรือโรคพุ่มพวง)

7. ผมร่วงมาก  >>  ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ

8. ริมฝีปากแห้ง  >>  โรคภูมิแพ้ และโรคโจเกรม (หนึ่งในโรคแพ้ภูมิตัวเอง/SLE)

9. ตาเหลือง  >>  โรคตับ รวมถึงถุงน้ำดีผิกปกติ

10. ไฝ่เปลี่ยนสี มีขนาดใหญ่  >>  โรคมะเร็งผิวหนัง

ที่มา: facebook.com/behealthyonline, ASTV ผู้จัดการ

ข้อควรระวัง 5 ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ตับของคุณพัง



ในปัจจุบันการป้องกันสุขภาพที่เรามักพบเห็นก็คือการพยายามดูแลตนเองทั้งออกกำลังกาย ทานอาหาร - วิตามินเสริม ฯลฯ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ตามน้อยคนที่จะคิดถึงอวัยวะสำคัญอย่าง "ตับ" ทั้งๆ ที่ตับเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อสุขภาพอย่างมาก


เพราะตับเป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดภายในร่างกาย รวมทั้งยังมีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง เป็นต้นว่า สร้างโปรตีนและสารหลายชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น สร้างน้ำตาลกลูโคส กรดอะมิโนและโปรตีน ไขมันทั้งไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอล ทำให้วิตามินทำงานได้ดีขึ้น และเป็นแหล่งสะสมวิตามินหลายชนิด สร้างน้ำดีหรือน้ำย่อยที่จำเป็นในการย่อยอาหาร รวมทั้งทำหน้าที่ในการดูดซึมไขมันและวิตามินชนิดละลายในน้ำมัน สร้างโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบในการทำให้เลือดแข็งตัว และฮอร์โมนบางชนิด กำจัดหรือทำลายสารพิษหรือสารแปลกปลอมที่อาจหลุดผ่านเข้าไปในกระแสเลือด มีบทบาทสำคัญต่อภูมิต้านทานของร่างกาย ควบคุมการเผาผลาญ รวมทั้งยังทำลายหรือทำให้ยาต่างๆ ออกฤทธิ์ดีขึ้น

ขอบข่ายที่ตับรับผิดชอบจึงมากมายหลายส่วน ด้วยเหตุนี้ เมื่อตับผิดปกติหรือทำงานไม่ปกติ หากเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ตับก็จะฟื้นฟูตัวเองได้ แต่หากต้องเผชิญปัจจัยบั่นทอนอยู่ทุกวันก็อาจทำให้เกิดอันตรายและส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ตั้งแต่อาการไม่ปกติ ทำให้มีอาการของโรค เกิดอาการเจ็บป่วยในระยะยาว รวมทั้งทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตตามมาได้ เช่น ไขมันแทรกในตับ ตับอักเสบ ตับแข็ง ไขมันสะสมในตับ และมะเร็งตับ

รู้แบบนี้แล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรู้จักวิธีการสร้างสุขให้กับตับ โดยต้องระวังปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่จะทำให้เกิดอันตราย

1. อาหารและน้ำดื่ม จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องได้รับอาหารและน้ำดื่มที่สะอาดเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสตับอักเสบเอซึ่งเกิดจากการกิน เช่น อาหาร ผัดสด ผลไม้ น้ำดื่ม ที่ปนเปื้อน เชื้อนี้ ทำไม่สุก ไม่สะอาด ไม่ต้มเดือด เป็นต้น ส่วนอาหารปกติแล้วเราไม่จำเป็นต้องเลือกกินอาหารเพื่อบำรุงตับ เพียงเราทานอาหารให้ครบ 5 หมู่อย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีผลเสียต่อตับ เช่น อาหารที่ปนเปื้อนเชื้ออัลฟาท็อกซิน สารพิษที่ผลิตจากเชื้อรา โดยเราสามารถได้ในเมล็ดธัญพืช โดยเฉพาะในถั่วเมล็ดแห้ง และเมล็ดพืชน้ำมันชนิดต่างๆ พริกแห้ง ฯลฯ ที่มีเชื้อราชนิดนี้ปนเปื้อนอยู่ก่อน งดกินปลาดิบ เพื่อป้องกันพยาธิใบไม้ในตับ ส่วนใครที่มีตับอักเสบหรือตับแข็งระยะเริ่มต้น จำเป็นต้องได้รับอาหารให้ครบทุกหมู่อย่างเพียงพอเพื่อช่วยให้ตับสามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว โดยในระยะนี้ เพื่อซ่อมแซมตับคุณหมออาจให้วิตามินเสริม แต่ผู้ป่วยไม่ควรซื้อยาทานเองเป็นอันขาด

2. เลือดและการมีเพศสัมพันธ์ อีกตัวการหนึ่งที่ทำให้เราติดเชื้อไวรัสตับอักเสบก็คือการติด การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี โดยมีคนเป็นพาหะที่สำคัญ ซึ่งประเทศไทยเราพบประมาณร้อยละ 5 โดยเฉพาะจากเลือดและการมีเพศสัมพันธ์ เช่น การใช้แปรงสีฟัน กรรไกรตัดเล็บ หรือมีดโกนร่วมกับผู้อื่น หรือการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบอยู่ อาจทำให้คุณติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี หรือ ซี ได้ เมื่อติดเชื้อแล้วอาจจะป่วยเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง มะเร็งตับได้ในที่สุด ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นพาหะของเชื้อนี้มีโอกาสเสี่ยงของมะเร็งตับสูงกว่าคนทั่วไปถึง 223 เท่า

3. ยา ระวังการกินยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อาจมีผลข้างเคียงต่อตับได้ อย่าลืมว่า เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่ในการกำจัดยาออกจากร่างกาย ดังนั้นการได้รับยาบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานานจะรบกวนการทำงานของตับหรืออาจมีผลอันไม่พึงประสงค์ต่อตับ เมื่อร่างกายได้รับยาบางชนิดในปริมาณสูง หรือติดต่อกันเป็นเวลานานตับก็จะไม่สามารถทำลายได้ทัน เหลือเป็นส่วนเกินและมีฤทธิ์ทำลายเนื้อตับ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตับจนกลายเป็นภาวะตับวายได้ ในปัจจุบัน ยาอันตรายต่อตับที่คนมักมองข้ามเป็นยาใกล้ตัวอย่าง "พาราเซตามอล" ที่อาจเกิดพิษต่อตับ ทั้งในกรณีที่กินในปริมาณมากเกินไป กินเมื่อดื่มตับเริ่มเสื่อมจากการดื่มแอลกอฮอล์ หรือตับอักเสบจากไวรัสตับอักเสบ โดยเฉพาะในคนที่ไวต่อพาราเซตา มอล หากกินเกิน 2 กรัมขึ้นไป อาจจะทำให้ตับอักเสบได้ นอกจากนี้ ยังมียาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้แพ้ ยาแก้หวัด และยาปฏิชีวนะ ยาสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐาน ยาลูกกลอน ฯลฯ ซึ่งมีการใช้อย่างกว้างขวางและล้วนอันตรายหากกินต่อเนื่องเป็นเวลานาน

4. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับคอทองแดงหรือลำยองอาจจะไม่ค่อยกลัว แต่รู้ไว้เถอะว่า แอลกอฮอล์จะทำให้เกิดความผิดปกติของการใช้โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตในตับ ในระยะแรกจะทำให้ไขมันสะสมในตับก่อนซึ่งส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการใดๆ แต่เมื่อดื่มนานเข้าจะทำให้เกิด ภาวะตับอักเสบ และเรื้อรังจนเป็นตับแข็ง และอาจทำให้เกิดมะเร็งตับ และเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะคนที่ดื่มหนักๆ หรือดื่มมานานแล้วจนเกิดตับอักเสบ ยิ่งหากใครมีโรคไวรัสตับอักเสบ บี หรือ ซี ร่วมด้วยจะยิ่งเพิ่มอันตรายต่อตับอีกหลายเท่า ทำให้มีโอกาสกลายเป็นโรคตับแข็ง หรือโรคมะเร็งตับได้ง่ายขึ้น แนวทางสำคัญในการป้องกันจึงอยู่ที่การงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือดื่มแต่ปริมาณน้อยๆ ไม่ดื่มประจำ ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างไรก็ตามหากเป็นตับอักเสบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำเป็นต้องได้รับอาหารให้ครบทุกหมู่ เพื่อให้สุขภาพฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

5. สารพิษ การได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำก็ทำให้เกิดอันตรา ยต่อตับได้เช่นดียวกัน เช่น สารหนู (arsenic) ที่พบปนเปื้อนในยาหอม ปลาหมึกแห้ง ในอาหาร และสิ่งแวดล้อม หากร่างกายรับเข้าไปมากจะสะสมที่ตับและทำลายระบบการทำงานของตับ ทำให้ตับทำงานหนักและเกิดการอักเสบตามมาในที่สุด

แนวทางการป้องกัน จึงต้องลดความเสี่ยงในปัจจัยที่กล่าวมา รวมทั้งหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีคาร์โบโฮเดรตสูงต่อเนื่องในปริมาณมาก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุกระตุ้นให้มีไขมันแทรกในตับ และถ้าเป็นไปได้ควรตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบ เพราะก่อนที่ตับจะ "พัง" มันจะไม่มีอาการใดๆ ให้เห็น แนวทางการป้องกันจึงสำคัญที่สุด

กฎเหล็กดูแลตับ

- ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ทานอาหารที่สะอาด
- มีเพศสัมพันธ์ปลอดภัย ไม่สำส่อน
- ไม่ใช้ของมีคมร่วมกับผู้อื่น
- ทานยาที่ได้มาตรฐานเมื่อจำเป็น
- หลีกเลี่ยงสารเคมี
- ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ
- ตรวจสุขภาพร่างกายทุกปี

ที่มา : ชีวอโรคยา
หน้าพิเศษ Hospital Healthcare นสพ.มติชน คอลัมน์ สุขภาพทางเลือกเชิงป้องกัน โดย เจสดาร์
ภาพ: ขอขอบคุณภาพจาก bumrungrad.comhttps://www.bumrungrad.com/

8 เคล็ดไม่ลับกับการเลือกทุเรียนให้กินอร่อย


8 เคล็ดไม่ลับกับการเลือกทุเรียนให้กินอร่อย

ช่วงนี้เป็นเทศกาลทุเรียน สำหรับใครที่ชื่นชอบในการทานทุเรียนวันนี้มีวิธีการดูทุเรียนว่า เลือกแบบไหนจะได้ทุเรียนที่เนื้อดี สุกกำลังดี เวลาไปซื้ออจะได้ไม่เจอแม่ค้าหลอกเอาทุกเรียนอ่อนๆ มาให้เราทาน พร้อมแล้วมาดูกันเลยว่า 8 เคล็ดลับการเลือกทุกเรียนต้องทำอย่างไรกันบ้าง


1. ขั้วทุเรียนยาว ไม่ติดกับปลิง (ถ้าติดกับปลิงหรือสั้นๆอาจจะเป็นทุเรียนที่อ่อนทายาเร่งสุก เป็นอัตรายต่อสุขภาพ)

2. ชั้วผลสากเป็นเม็ดทรายเหนี่ยวแล้วแข็งเป็นสปริง

3. ปลิงบวมพองเห็นรอยต่อชัดเจน

4. ดมกลิ่นแล้วหอมไม่เหม็นเขียว

5. สีเปลือกเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นสีเขียวปนน้ำตาล

6. ปลายหนามแห้งเป็นสีน้ำตาลเข้ม บีบเข้าหากันแลล้วจะแข็งเป็นสปริง

7. ดีดหรือใช้ไม้เคาะเบาๆ ที่พูทุเรียนแก่(ดี) จะมีเสียงโปร่งๆกลวงๆ แต่ทุเรียนอ่อน(ไม่ดี)จะเสียงตันๆทึบๆ

8. ร่องพู(แนวตรงกลางพู)จะเป็นรอยแยกสำน้ำตาลชัดเจน


รู้จักวิธีเลือกทุเรียนกันแล้วมาดูกันว่ากินทุเรียนยังไงไม่ให้ร้อนใน

- ดื่มน้ำเปล่ามากๆ บางคนชงน้ำเกลือเจือจางดื่มสักแก้วก็ดีขึ้นได้เช่นกัน

- รับประทานผักสดต่างๆ ให้มากขึ้น

- รับประทานผลไม้ที่มีน้ำเยอะ ประเภทแตงโม แตงล้าน หรือผลไม้รสเปรี้ยวหรือหวานอมเปรี้ยว เช่น ส้ม สับปะรด มะนาวให้มากขึ้น หลายคนนิยมรับประทานมังคุดที่มีฤทธิ์เย็นตามหลังการรับประทานทุเรียน

- ดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรต่างๆ ที่มีฤทธิ์ช่วยแก้ร้อนใน เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำหล่อฮั่งก๊วย น้ำรากบัว น้ำมะนาว น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย เฉาก๊วย

เครดิตตามภาพ

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ใครที่มีปัญหา สิวอุดตัน สิวอักเสบ หายได้ง่ายๆแค่ทำตามสูตรนี้


ใครที่มีปัญหา สิวอุดตัน สิวอักเสบ หายได้ง่ายๆแค่ทำตามสูตรนี้

 สิวอุดตัน(Non-inflammatory ance หรือ Comedone ) เป็นประเภทของสิวที่พบได้บ่อย มากกว่า 70 %ของปัญหาสิว ซึ่งพบได้ทุกกลุ่มอายุ ทุกเพศ แต่ส่วนใหญ่จะพบในวัยรุ่น และวัยหนุ่มสาว เกิดได้บ่อยบริเวณใบหน้า ลำคอ และลำตัว(โดยเฉพาะที่หลัง) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีต่อมไขมัน Sebaceous gland จำนวนมาก

บทความนี้เอาใจคนที่ไม่ชอบอ่านบทความยาวๆ และไม่ชอบหาข้อมูลไปหลายๆเว็บไซต์ อยากได้อะไรที่มันกะทัดรัดเป็นขั้นเป็นตอน ทำตามได้ง่ายๆ

แอดมินจึงได้เตรียมวิธีในการรักษาสิวอุดตันแบบที่สามารถนำไปทำตามได้เลย ไม่ต้องไปคิดอะไรต่อมากมายเริ่มจากต้องเตรียมหาซื้อสิ่งที่จะนำใช้ในการรักษากันสิวเสียก่อน ได้แก่ Benzac ac 2.5% 
แค่นี้แหละมีเพียงตัวเดียวง่ายมาก ซึ่งจะช่วยรักษาได้ทั้งสิวอุดตัน และสิวอักเสบให้หายไปพร้อมๆกันทั้งคู่ หากใครรักษาด้วยวิธีนี้ไม่หายค่อยไปหาวิธีอื่นที่เหมาะสมกับตัวเองต่อไป แล้วทำตามขั้นตอนนี้เลย


ขั้นตอนในการรักษาสิวอุดตัน

1.ล้างหน้าให้สะอาด ล้างเครื่องสำอางออกให้หมด

2.ทายาแต้มสิวที่ช่วยในการฆ่า และยับยั้งแบคทีเรียนี้เข้าไปบริเวณที่เป็นสิว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก

3.ล้างหน้าอีกครั้ง และซับหน้าเบาๆด้วยผ้าขนหนู จากนั้นทาครีมบำรุงผิวโดยที่ต้องเลือกที่ไม่มีส่วนผสมที่เป็นน้ำมัน เลือกให้เหมาะกับตัวเอง เพราะเดี๋ยวหน้าจะแห้งเกินไปจากการใช้ยาแต้มสิว ป้องกันไม่ให้ผิวหน้าลอกเป็นขุย

ปล.แอดมินไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับยาตัวนี้ เพียงแค่ส่วนตัวแล้วลองใช้วิธีนี้ในการรักษาสิวอุดตันแล้วมันได้ผล จึงนำมาบอกเล่าสำหรับเพื่อนๆที่ต้องการวิธีรักษาสิวที่กระชับ ทำตามได้ง่ายๆ



แถมให้กับสาเหตุการเกิดสิวอุดตันจะได้ป้องกันได้ถูก

1. ต่อมไขมัน Sebaceous สร้างไขมันมากเกินไป โดยอาจเกิดจากสาเหตุ ฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจน ชนิด Testosterone ซึ่งควบคุมการเจริญเติบโตและการสร้างไขมัน( Sebum) สูงมากกว่าปกติ แล้วไขมันเกิดจากอุดตันในท่อไขมันที่ระบายไขมัน ออกสู่ผิวหนังด้านนอก อันนำมาซึ่งปัญหาสิวอุดตัน
2. ปัญหาผิวแพ้ง่าย( Sensitive skin) มักพบเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้บ่อยเช่นกัน
3. ความผิดปกติของการลอกผิวในท่อขุมขนเอง( follicular lumen) แล้วทำให้เกิดการอุดตัน
4. สิวจากเครื่องสำอาง( Acne cosmetica) มักเกิดจากการใช้เครื่องสำอางบางชนิด แล้วเกิดอาการแพ้
5. สิวจากสเตียรอยด์ มักเกิดในผู้ที่ใช้ครีมทาที่ผสมสเตียรอยด์ ในการรักษาผิวแพ้ หรือรับประทานยา Prednislone เป็นประจำ เช่นผู้ป่วยโรคไต Nephrotic syndrome หรือ SLE
6. ความเครียด
7. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ในภาวะใกล้หรือหมดประจำเดือน

ข้อมูลจาก howtohealths

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

แบ่งปันสูตรการรักษาฝัากระด้วยวิธีธรรมชาติ ทำง่ายๆได้เอง




ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนว่า กระ คืออะไร

กระ หรือที่เรียกว่า freckle

ลักษณะก็เป็นตามรูปค่ะจุดสีน้ำตาลผิวเรียบขอบชัดกระจายอยู่ตามผิวบริเวณที่โดยแดดได้ทั้งหน้าแขนและตัว อันนี้มีสาเหตุจากกรรมพันธ์เป็นหลักค่ะพบมากในฝรั่งที่ผิวขาวผมแดง ชาวไทยเชื้อสายจีนพบได้บ้างแต่ไม่มากนัก กระนี้จะเริ่มเห็นตอนเข้าวันประถมต้น เห็นชัดขึ้นเข้มขึ้นเมื่อตากแดด พอโตขึ้นเรื่อยๆจำนวนกระก็ลดลงบางคนหายไปได้เองเลยค่ะ เนื่องจากพบไม่บ่อยนักในคนไทยและหายได้เองจึงไม่ค่อยมีใครมาพบหมอด้วยปัญหานี้สักเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากต้องการรักษาก็ทำได้นะคะ ยาทาพวก whitening ทำให้กระจางได้บ้าง


สูตรลดรอยกระบนใบหน้าสูตร 1 สูตรนี้ทำทุกวัน รอยกระบนใบหน้าจะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด 

ส่วนผสม 
น้ำมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำและวิธีใช้ 

1. นำน้ำมะเขือเทศ และน้ำมะนาวมาผสมให้เข้ากันเป็นอย่างดี
2. ล้างหน้าให้สะอาดและซับหน้าให้แห้ง
3. นำสูตรที่ผสมเตรียมไว้ มาทาตรงบริเวณที่เป็นกระทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
4. จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

(น้ำมะนาวเป็นกรด การใช้กับใบหน้า ควรทดลองทำเพียงจุดเล็กๆ ก่อน ป้องกันผิวหน้าบางท่านแพ้ หากใช้แล้วไม่เกิดอาการแพ้ค่อยทำเพิ่มจุดอื่นๆ ต่อไป)

สูตรลดรอยกระบนใบหน้าสูตร 2 สูตรนี้ทำทุกวัน รอยกระบนใบหน้าจะดูจางลง 

ส่วนผสม 
เบบี้ออยล์ 2 ช้อนชา
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำและวิธีใช้ 

1. นำเบบี้ออยล์ และน้ำมะนาวผสมคนให้เข้ากัน
2. ล้างหน้าให้สะอาด และซับหน้าให้แห้ง
3. เมื่อได้ส่วนผสมแล้ว ให้ทาทั่วบริเวณใบหน้า แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
4. หลังจากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดเป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

หลังจากรู้วิธีรักษาแล้ว เรามารู้ว่ากระมีมีแบบและมีแบบไหนบ้าง 

1. กระตื้น จุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ ขนาดไม่เกิน 0.5 เซนติเมตร สามารถขึ้นได้ทั่วใบหน้า ถ้าโดนแดดบ่อย ๆ จะมีสีเข้มขึ้นชัดเจน แต่ถ้าไม่ได้โดนแดดบ่อย สีก็จะจางลงได้เอง
2. กระลึก จุดสีน้ำตาลเทา ๆ เห็นเป็นเงาลึก ๆ มักพบบริเวณโหนกแก้ม 2 ข้าง
3. กระเนื้อ ตุ่มสีน้ำตาล หรือสีดำ สามารถเป็นได้ทั้งก้อนเล็ก ๆ ผิวเรียบ หรือขรุขระ อาจดูคล้ายหูด มักพบบริเวณใบหน้า คอ หรือลำตัว กระชนิดนี้ รักษาด้วยยาไม่หาย นอกจากยิงเลเซอร์
4. กระแดด ขึ้นเป็นดวงสีน้ำตาล ผิวเรียบ ส่วนใหญ่พบในคนสูงอายุ หรือคนที่ทำงานกลางแจ้ง และเป็นกระประเภทเดียวที่สามารถบรรเทาให้จางลงจนมองไม่เห็นได้

ข้อมูลจาก การทำอาหาร และยาสมุนไพร เพื่อสุขภาพที่ดี

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

แค่หายใจก็ลดหน้าท้องได้ จริงเหรอ?


แค่หายใจก็ลดหน้าท้องได้ จริงเหรอ?

สมัยตอนเด็กๆ เราไม่มีพุง แต่พอถึงช่วงทำงานแล้วพุงมาจากไหน ทั้งที่กินอาหารเท่าเดิม เหมือนเดิมทุกๆวัน

ใครมีปัญหาขอบตาดำคล้ำ มาดู 5 วิธีแก้ไขกันค่ะ


ใครมีปัญหาขอบตาดำคล้ำ มาดู 5 วิธีแก้ไขกันค่ะ

สำหรับใครที่มีปัญหาขอบตาดำคล้ำไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นนอนดึกหรือเกิดจากปัญหาอื่นๆ วันนี้เรามีวิธีที่จะช่วยให้ตาคุณกลับมาสวยอีกด้วยวิธีง่ายๆมาดูกันเลย

ป้ายกำกับ

รวมบทความสุขภาพ เกร็ดความรู้และเคล็ดลับสุขภาพ ข้อมูลโดยแพทย์และโรงพยาบาลต่างๆ

Recent Posts

Categories

Text Widget

health and care 2day รวมบทความสุขภาพ เกร็ดความรู้เรื่องสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพ สาระน่ารู้เรื่องสุขภาพ เพื่อคนรักสุขภาพอย่างคุณ

Blog Archive